เล่นเกมจนนิ้วล็อก โรคยอดฮิต ของเหล่าเกมเมอร์ รู้ทัน พร้อมรักษาให้ถูกวิธี

เล่นเกมจนนิ้วล็อก โรคยอดฮิต ของเหล่าเกมเมอร์ เมก้าเกมส์ รู้ทัน พร้อมรักษาให้ถูกวิธี

เล่นเกมจนนิ้วล็อก โรคยอดฮิต ของเหล่าเกมเมอร์ เมก้าเกมส์ รู้ทัน พร้อมรักษาให้ถูกวิธี นิ้วล็อก หรืออาการ Trigger Finger ถือเป็นโรคที่พบได้บ่อยขึ้นในปัจจุบัน เกิดจากการที่เราใช้มือทำกิจกรรมอย่างหนัก โดยมีการงอ และเกร็ง เหยียดนิ้ว บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ด้วยความรุนแรง เอ็นจึงมีการเสียดสีจนเกิดการอักเสบบวมขึ้น ไม่สามารถเคลื่อนไหวนิ้วได้สะดวก ซึ่งเมื่อหากเอ็นเกิดการอักเสบจนไปขัดกับปลอกหุ้มเส้นเอ็นแล้ว ก็จะเกิดอาการสะดุด เจ็บ หรือถ้าเป็นหนัก ๆ นิ้วก็จะล็อกติด ทำให้กำมือ หรือเหยียดนิ้วออกไปได้ไม่สุด และหากปล่อยทิ้งไว้นานเรื้อรัง ก็อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด

การรักษานิ้วล็อก ทำได้อย่างไรบ้าง?

ก่อนที่จะไปดูวิธีรักษา เรามาดูสาเหตุกันก่อนว่าทำไม เหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายถึงนิ้วล็อกกันบ่าย ๆ นั่นก็อาจจะเพราะว่า เคร่งเครียดและมันส์กับเกมมากจนเกร็งตาม อย่างการเล่นสล็อต จาก MEGAGAME ที่เหล่านักเดิมพันเกมเมอร์เล่นสล็อต ในระหว่างที่มีการสปิน อาจจะมีการกดย้ำๆ บ่อยๆ ท่าเดิมเป็นเวลานาน ๆ จนทำให้เกิดนิ้วล็อกได้ ซึ่งแนวทางในการรักษาโรคนิ้วล็อกนั้น จะมีหลักการสำคัญเป็นขั้นตอนการรักษา ดังต่อไปนี้

เล่นเกมจนนิ้วล็อก โรคยอดฮิต ของเหล่าเกมเมอร์ เมก้าเกมส์ รู้ทัน พร้อมรักษาให้ถูกวิธี

หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วอย่างไม่เหมาะสม

สิ่งสำคัญเริ่มต้นของการรักษาโรคนิ้วล็อก คือ ต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เป็นสาเหตุ ซึ่งได้แก่กิจกรรมที่ต้องใช้มือหนัก ๆ ออกแรงมากๆ ต้องเกร็ง งอมือหรือนิ้วบ่อย ๆ เช่น ใช้โทรศัพท์มือถือเล่ยนสล็อต ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ อ่านหนังสือ ถือของหนัก ๆ เป็นต้น เพราะหากเราไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการหลีกเลี่ยงการใช้งานนิ้วมืออย่างหนักแล้ว โอกาสในการรักษาให้หายก็จะยากขึ้น หรือถึงหายดีแล้วก็อาจกลับเป็นซ้ำได้อีก

ใช้ยาต้านการอักเสบ

นอกจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มือให้เหมาะสมแล้ว ก็สามารถใช้การแช่น้ำอุ่นร่วมด้วย เพื่อการยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้อนิ้ว ซึ่งหากทำแล้วยังไม่ดีขึ้น และมีอาการเจ็บปวด แพทย์จะให้รับประทานยาต้านอาการอักเสบ โดยหากหลังจากได้รับยาต้านการอักเสบแล้ว ก็ยังไม่ได้ผล แพทย์จะพิจารณาฉีดยาลดการอักเสบ ชนิดสเตียรอยด์เข้าไปที่บริเวณโคนนิ้วที่มีการอักเสบบวม

รักษาด้วยวิธีการผ่าตัด

ในรายที่นิ้วล็อกรุนแรง ฉีดยาสเตียรอยด์แล้ว ได้รับการดูแลรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่ว่าอาการก็ยังไม่ดีขึ้น แพทย์ก็จะพิจารณาผ่าตัดรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งหลักการสำคัญของการผ่าตัดคือ การผ่าเข้าไปยังบริเวณรอยโรค เพื่อที่จะคลายปลอกหุ้มเอ็นออก ทำให้เอ็นสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่ ไม่มีการเสียดสี ไม่มีสะดุดอีก กลับมาใช้งานนิ้วมือได้ตามเดิม ซึ่งก่อนการผ่าตัดนั้น ก็มักจะทำการให้ยาและมีการทำกายภาพบำบัดควบคู่กันไป

การผ่าตัดนิ้วล็อก มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน?

การผ่าตัดรักษาโรคนิ้วล็อก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนกำลังกังวล เพราะการผ่าตัดที่ใช้กันเป็นมาตรฐานนั้น จะผ่าตัดด้วยวิธีเปิดแผลเล็ก ๆ ประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วเข้าไปคลายปลอกหุ้มเส้นเอ็น ที่อยู่ในช่วงที่มีการเคลื่อนไหวขัดกันอยู่ให้คลายออก ซึ่งการผ่าตัดแบบเปิดแผลนี้จะทำให้แพทย์มองเห็นจุดที่เป็นปัญหาของโรคนี้ได้อย่างชัดเจน ช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะผ่าตัดถูกเส้นประสาทบริเวณรอบ ๆ เสียหายได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการผ่าตัดที่มีความปลอดภัยสูง และเจ็บน้อย และใช้เวลาไม่นาน เพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น

โดยหลังผ่าตัดเสร็จ ผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวนิ้วมือได้ทันที เว้นแต่ว่า ในกรณีที่ผู้ป่วยนิ้วล็อกเรื้อรังมาเป็นเวลานาน ก็อาจจะมีภาวะข้อติดยึดร่วมอยู่ด้วย ซึ่งอาจต้องอาศัยการกายภาพบำบัด ช่วยในช่วงแรก ๆ หลังผ่าตัด เพื่อให้ข้อที่ยึดติดอยู่คลายออก แต่ก็สามารถใช้มือทำกิจกรรมได้อย่างปกติเลยทันทีหลังการผ่าตัดเช่นกัน

วิถีชีวิตในโลกยุคปัจจุบันที่ผู้คนติดโทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต ที่มักพกถือติดมือ ไว้ใช้เล่นสล็อต เมก้าเกมส์ อยู่ตลอดเวลา และใช้มือทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างหนักตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการนิ้วล็อกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น หากสังเกตพบว่าตัวเราเองมีอาการผิดปกติที่นิ้วมือ อาทิ เจ็บบริเวณโคนนิ้ว เหยียดหรือว่า งอนิ้วได้อย่างไม่สุด รู้สึกสะดุดเวลางอหรือเหยียดนิ้ว ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ แต่ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพื่อให้หากตรวจพบแล้วว่า คุณเป็นนิ้วล็อกตั้งแต่เนิ่น ๆ จะสามารถรักษาได้หายเร็วกว่าโดยที่อาจยังไม่ต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดก็ได้

หน้าแรก
สมัครสมาชิก
โปรโมชั่น
ติดต่อเรา